โภชนาการกับโรคเบาหวาน

5870 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวสารและบทความ

โภชนาการกับโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน เกิดจากการทำงานของตับอ่อนที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลิน (Insulin) ออกมาได้น้อยกว่าปกติ ทำให้ไม่เพียงพอกับการเผาผลาญน้ำตาลในเลือดมาใช้เป็นพลังงาน หากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และหากผู้ที่เป็นเบาหวานไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ อาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังต่าง ๆ ได้

ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สามารถทำได้โดยการควบคุมอาหาร ซึ่งถือว่าเป็นวิธีหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะระดับน้ำตาลในเลือดนั้นมาจากอาหารที่รับประทานเข้าไปนั้นเอง ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้และยังคงรับประทานอาหารได้เหมือนคนปกติทั่วไป ถ้ารู้จักเลือกรับประทานอาหารและมีวินัยในการดูแลตนเอง โดยการควบคุมอาหารของผู้ที่เป็นเบาหวานก็มีหลักการเดียวกันกับอาหารเพื่อสุขภาพ เน้นการรับประทานอาหารให้ครบทุกหมวดหมู่ มีความหลากหลาย มีสัดส่วนและปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายไม่มากหรือน้อยเกินไป โดยเริ่มจากการเลือกรับประทานอาหารได้ ดังนี้

หมวดข้าวแป้ง เป็นอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานหลักแก่ร่างกาย ผู้ที่เป็นเบาหวานควรให้ความสำคัญในการกำหนดสัดส่วนปริมาณให้เหมาะสมในการรับประทาน ซึ่งโดยทั่วไปไม่ควรเกินมื้อละ 2-3 ทัพพี ควรเลือกรับประทานข้าวแป้งที่ไม่ขัดสีมากกว่าข้าวขาว เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีต ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่มีใยอาหารสูง ร่างกายจะย่อยและดูดซึมได้อย่างช้า ๆ ระดับน้ำตาลในเลือดจึงไม่ขึ้นสูงเร็วจนเกินไป

หมวดผักชนิดต่าง ๆ อาหารในกลุ่มนี้มีทั้งวิตามิน เกลือแร่ และใยอาหารสูง ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลไปใช้ได้ดีแล้ว ยังช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายได้ดีด้วย ผู้ที่เป็นเบาหวานจึงควรเน้นรับประทานผักให้ได้อย่างน้อยวันละ 3-4 ทัพพี เน้นเป็นผักสด ลวก ต้ม จะดีกว่าการนำไปผัดหรือทอด

หมวดผลไม้ จัดเป็นกลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะนอกจากผลไม้จะมีวิตามิน และใยอาหารสูงแล้ว ยังมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบอีกด้วย หากทานในปริมาณที่มากกว่าปริมาณที่กำหนด จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ ผู้ที่เป็นเบาหวานสามารถทานผลไม้ได้ 3-4 ครั้งต่อวัน หลังอาหารหรือเป็นอาหารว่าง ไม่ควรเกินครั้งละ 1 ส่วน เช่น องุ่น 5-8 ผล, ส้ม 1-2 ผล, ฝรั่ง ½ ผล, มะละกอ 6-8 ชิ้นคำ หลีกเลี่ยงผลไม้รสหวานจัด เช่น ทุเรียน ขนุน น้อยหน่า ละมุด ผลไม้ที่ผ่านการแปรรูป เช่น ผลไม้กวน ผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้กระป๋อง เป็นต้น

หมวดเนื้อสัตว์ จะให้ทั้งโปรตีนและไขมันต่อร่างกาย โปรตีนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต ใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและเป็นแหล่งพลังงานด้วย ผู้ที่เป็นเบาหวานควรได้รับทุกมื้อ มื้อละ 2-4 ช้อนกินข้าว แต่ในเนื้อสัตว์มักมีไขมันและคอเลสเตอรอลแฝงอยู่ หากรับประทานปริมาณมากอาจมีความเสี่ยงจากการเกิดโรคไขมันในเลือดสูงได้ จึงควรเลือกโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เนื้อปลา ไข่ และเต้าหู้ เป็นหลัก

หมวดไขมัน เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายเพื่อช่วยในการดูดซึมวิตามินต่าง ๆ ผู้ที่เป็นเบาหวานควรเลือกใช้น้ำมันพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก ในการประกอบอาหาร หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น กะทิ เนื้อสัตว์ติดมัน ครีมเทียม เนยเทียม เป็นต้น

สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานควรเลือกดื่มนมพร่องมันเนย ขาดมันเนย หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ หลีกเลี่ยงนมข้นหวาน นมเปรี้ยว นมปรุงแต่งรสหวาน โยเกิร์ตปรุงแต่งรสชาติ

การป้องกัน ย่อมดีกว่าการรักษา ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ รับประทานอาหารให้ตรงเวลา หลีกเลี่ยงของจุกจิก ควบคุมน้ำหนักตัว และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนรักสุขภาพ

 

ที่มา: คอลัมน์ in Body & Mind, Industry Focus Magazine ปีที่ 5 ฉบับที่ 066 ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2560

Powered by MakeWebEasy.com