Food for Health เครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องหมัก

3751 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวสารและบทความ

Food for Health เครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องหมัก

เทรนด์อาหารสุขภาพมาแรง

Food For Health

“เครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องหมัก”

 

โดย ผศ.ดร.พัชราณี  ภวัตกุล

ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

เมื่อพูดถึงน้ำส้มสายชู คนไทยต่างคุ้นเคยกันในรูปแบบของน้ำส้มสายชูกลั่น เพราะเป็นเครื่องปรุงรสในครัวเรือนที่ขาดไม่ได้ สามารถนำมาปรุงรสอาหารได้หลากหลายชนิด ซึ่งแท้จริงแล้ว น้ำส้มสายชูนั้นสามารถผลิตได้จากธัญพืชและผลไม้หลายชนิด ที่นิยมกันได้แก่ น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล หรือแอปเปิ้ลไซเดอร์ แต่เมื่อพูดถึงน้ำข้าวกล้องหมักแล้ว อาจจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับใครหลายๆคน วันนี้เราจะได้มาทำความรู้จักน้ำข้าวกล้องหมักกันมากขึ้น


ปัจจุบันน้ำข้าวกล้องหมัก (Rice Vinegar) ได้มีบทบาท และเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นในฐานะของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เนื่องจากประกอบไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ โพลีฟีนอล กรดอะมิโน และกรดอินทรีย์จำเป็นอื่นๆ สารอาหารต่างๆ เหล่านี้ มีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายด้าน ได้แก่

·      รักษาสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ความเป็นกรดของน้ำข้าวกล้องหมักช่วยส่งเสริมการเจริญของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ช่วยในการย่อย การดูดซึม การขับถ่าย ทำให้รู้สึกอิ่มนาน ไม่หิวง่าย และลดการอักเสบของลำไส้

·      สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำข้าวกล้องหมักซึ่งอาจจะช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และความดันโลหิต ซึ่งอาจจะมีผลต่อการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งมะเร็งบางชนิด

·      ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากอาการเหนื่อยล้า สร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันการเกิดภูมิแพ้ได้ง่าย

·      สารต้านอนุมูลอิสระปริมาณมากในน้ำข้าวกล้องหมัก โดยเฉพาะสารในกลุ่มโพลีฟีนอล ช่วยชะลอการเสื่อมของร่างกายได้


น้ำข้าวกล้องหมักนั้นถือได้ว่าเป็นภูมิปัญญาของคนโบราณและรับประทานกันมากว่า 1,000 ปี ซึ่งกรรมวิธีการผลิตน้ำข้าวกล้องอินทรีย์หมัก วิธีดั้งเดิมซึ่งคงคุณค่าสารอาหารต่างๆ ทำได้โดยการหมักจากการใช้เชื้อที่มีประโยชน์ โดยจะนึ่งข้าวกล้องแล้วโรยด้วยสปอร์ จากหัวเชื้อรา (Aspergillus oryzae) ซึ่งจะถูกผสมและส่งเข้าไปเพาะเลี้ยงเชื้อราในห้องที่มีการควบคุมอุณหภูมิ และความชื้นที่เหมาะสมเป็นเวลา 2 วัน เชื้อราจะผลิตเส้นใยห่อหุ้มวัตถุดิบซึ่งเรียกว่า “โคจิ”    ขั้นตอนต่อไป คือนำโคจิมาผสมกับน้ำและข้าวกล้องนึ่งสุก  ในขบวนการหมักใช้เวลาประมาณ 2 เดือน สำหรับวัตถุดิบนั้นใช้ข้าวกล้องหอมมะลิอินทรีย์ที่ยังมีทั้งรำข้าวและจมูกข้าวติดอยู่ ซึ่งจะมีกรดอะมิโนในปริมาณสูงและมีรสชาติที่กลมกล่อม

คนไทยอาจพึ่งหันมาดื่มน้ำข้าวกล้องหมักเมื่อไม่นานมานี้ แต่ในต่างประเทศนั้นโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น และยุโรป มีการดื่มน้ำข้าวกล้องหมักเพื่อสุขภาพมานานแล้ว ปัจจุบันมีน้ำข้าวกล้องหอมมะลิหมักซึ่งเป็นผลิตผลของไทย ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมาดูแลสุขภาพด้วยอาหารของดีๆ ที่มีอยู่ในบ้านเรา เพราะนอกจากจะมีประโยชน์ด้านสุขภาพแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการเกษตรข้าวกล้องหอมมะลิไทยอีกด้วย

 

www.saikahealth.com

Powered by MakeWebEasy.com